จาก “เน้นถูกและเร็ว” สู่ “แน่นอนและมั่นคง” … ก้าวต่อไปของหมูไทยในวิกฤตโลก

โดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางขณะนี้ทำให้ “ความมั่นคง” กลายเป็นปัจจัยหลักของแผนรับมือทางเศรษฐกิจ เหตุการณ์นี้ทำให้เศรษฐกิจของไทยต้องเผชิญต้นทุนสูงขึ้นจากราคาความเสี่ยงที่ดีดตัว พร้อมกับรายได้ที่หดตัว อุตสาหกรรมสุกรไทย หนึ่งในฟันเฟืองความมั่นคงทางอาหารด้านโปรตีน ต้องปรับเปลี่ยนจากแผนธุรกิจจาก “เน้นถูกและเร็ว” (Efficiency) เป็น “แน่นอนและมั่นคง” (Security-First) สอดรับกับตลาดโลกที่โลกยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อความชัวร์

วิกฤตสุกรไทยปี 2569: เมื่อ “ยาแก้ปวด” ไม่ใช่คำตอบของการรักษาโรคเรื้อรัง

โดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศ ยืนราคาแนะนำสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มสำหรับเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 54-56 บาท/ก.ก. ลูกสุกรขุนเล็ก 1,300 บาท ± 54

โอกาสของรัฐบาลใหม่ ปกป้องเกษตรกรไทยจากแรงกดดันมาตรการภาษีทรัมป์

โดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานการณ์หมูในประเทศไทยปรับตัวลดลงรุนแรงมากในช่วงต้นเดือนกันยายน 2568 ราคาหน้าฟาร์มปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 หลังที่มีข่าวราคาเนื้อหมูแพงในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประกาศรายงานข้อมูลราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ณ วันที่ 15 กันยายน 2568 เหลือ 52 –

ผลกระทบของตลาดหมูโลกจากสงครามภาษีทรัมป์

ในปี 2024 จีนนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในรายใหญ่อันดับสองของจีน รองจากสเปน โดยสหรัฐฯ สามารถส่งออกเนื้อหมูและเครื่องในไปยังจีนประมาณ 438,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 34,077 ล้านบาท (921 ล้านยูโร) ส่วนแบ่งตลาดของผลิตภัณฑ์จากสหรัฐฯ ในจีนอยู่ที่เกือบ 20% โดยปริมาณ สิ่งสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังจีน ประมาณ

ไม่ต้องนำเข้าเนื้อหมูนอกก็แก้หมูแพงได้ ถ้าช่วยกัน

เรื่องโดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาหมูขุนมีชีวิตและลูกหมูเล็กมีนัยที่แฝงอยู่ที่ภาครัฐต้องทำความเข้าใจเพื่อออกมาตรการให้สมดุลในการแก้ปัญหาหมูแพงขณะนี้ ราคาหมูแพงในช่วงนี้เป็นผลพวงของความเสียหายจากโรค ASF เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา สังเกตได้จาก การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาลูกหมูขุนขนาดเล็กมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 2,100 บาท เป็น 2,800 บาทในช่วงเดือนเมษายน 2568 (ภาพ

หากนำเข้าเนื้อหมู/เครื่องในจากสหรัฐ รัฐต้องตอบ: เหตุใดต้องเอาสุขภาพคนไทยไปแลกกับสงครามภาษี

เรื่องโดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำโลกที่รับมือยากที่สุด เพียงแค่เวลาไม่กี่เดือนหลังรับตำแหน่ง ท่านได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลกโดยการทำลายระบบการค้าเสรีไปเรียบร้อยจากมาตรการภาษีนำเข้าต่างตอบแทน หรือ Reciprocal tariffs ทันทีที่มีการประกาศอัตราภาษีสำหรับประเทศไทยที่ 36% สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เป็นตัวแทนสมาพันธ์ปศุสัตว์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอรายการสินค้านำเข้าเพิ่มจากสหรัฐอเมริกาเพื่อลดการขาดทุนระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ด้วยหวังว่าเงื่อนไขของการนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจะไม่อยู่ในเงื่อนไขเจรจา ทางสมาคมฯ ได้เสนอให้มีการนำเข้าถั่วเหลือง 3

อนาคตของหมูไทย 2568 คนไทยต้องกินหมูแพง แต่รายเล็กอาจไปไม่รอด

เรื่องโดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี 2568 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรประมาณการอุปสงค์เนื้อสุกรไว้ที่ 1.585 ล้านตัน ประมาณการอุปทานไว้ที่ 1.60 ล้านตัน หรือประมาณ 21.37 ล้านตัว ลดลงจากปี 2567 ประมาณ 4

ผ่าทางตันต้นทุนอาหารสัตว์

เริ่มต้นปี 2567 สถานการณ์ด้านราคาหมูขุนมีชีวิตก็กระเตื้องขึ้นมากบ้างที่ 68 – 74 บาท/กก. โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงตรุษจีนที่ราคา 80 บาท/กก. ให้พอให้ผู้เลี้ยงหมูที่เหลืออยู่น้อยนิดให้หายใจคล่องขึ้นมาบ้าง หลังจากขาดทุนมาตลอดทั้งปี 2566 ระหว่างทางก็มีผู้เลี้ยงรายย่อยจำนวนมากตัดสินใจเลือกเลี้ยงหมูไปเป็นจำนวนมาก แม้ว่าสถานการณ์ด้านราคาจะดีขึ้น แต่เมื่อกลับไปพิจารณาต้นทุนนับว่าน่าหนักใจสำหรับชาวหมู เนื่องจากต้นทุนธัญพืชอาหารสัตว์มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เนื่องจากปัจจัยรุมเร้าที่หนักหน่วงทั้งสถานการณ์ภัยแล้งจาก El Niño

นโยบายรัฐ: ตัวชี้วัดความอยู่รอดของอุตสาหกรรมหมูไทย

เรื่องโดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องโดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา ราคาขายหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง หากแต่ต้นทุนการผลิตหมูขุนของไทยยังคงทรงตัวในระดับสูงตั้งแต่ต้นปี มาปรับตัวลดลงในช่วงเดือนพฤษภาคม (ภาพที่  1)

ฤาว่า…รัฐยินดีที่เห็นคนเลี้ยงหมูขาดทุน?

เรื่องโดย ผศ.ดร.สุวรรณา สายรวมญาติภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มของไทยที่เคยสูงสุดในภูมิภาคเมื่อปี 2565 ผลผลิตขายเมื่อช่วงปลายปี ณ ราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม ยังพอมีกำไรให้คนเลี้ยงหมูไทยได้กลับมาเลี้ยงรอบใหม่ แต่ในช่วงเวลานี้ ราคาหมูไทยกลับต่ำสุดเมื่อเทียบกับรอบบ้าน (ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2566